EP. 6 พักสายตาเถอะนะคนดี (Social Media Detox)

EP. 6 พักสายตาเถอะนะคนดี (Social Media Detox)

“พักสายตาเถอะนะคนดี หลับลงตรงนี้ ที่ที่มีแต่เราสองคน” หลังจากเราพักก่อนกันมา 1 สัปดาห์จาก Episode 5 วันนี้เราลองมาพักสายตากันบ้าง เพื่อล้างความทุกข์กาย ไม่สบายใจ และลดความเสี่ยงต่อการโจรกรรมข้อมูลส่วนตัว ด้วยการทำ Social Media Detox ฉบับ Digital Vaccine ด้วย 10 วิธีอย่างง่าย เลือกทำได้เลยยิ่งทำได้มากยิ่งดีท็อกซ์ได้ดี

 

1. ติดตั้งง่ายก็ลบได้ ลบง่ายก็ติดตั้งได้

        ก่อนที่คุณจะยืนยันว่าคุณไม่สามารถเลิกใช้มันได้ นี่เป็นมาตรการชั่วคราว "นำโซเชียลมีเดียออกจากโทรศัพท์ของคุณเป็นเวลา 12 ชั่วโมงและเตือนตัวเองว่าคุณสามารถติดตั้งใหม่ได้อย่างง่ายดาย ซึ่งวิธีนี้จะเป็นการทดลองดูว่าการไม่มีแอปจะกระทบอะไรกับคุณบ้างใน 12 ชั่วโมง และมันกระตุ้นให้คุณรู้สึกอย่างไรพอทดลองเสร็จเราก็จะสามารถดีท็อกซ์ง่ายขึ้น

 

2. Detox Buddy คงจะดีถ้ามีเพื่อน

        ไม่ว่าเราจะทำอะไรก็ตามเมื่อมีเพื่อนทำด้วยกันมันมักจะมีพลังเสมอ เช่น ลดน้ำหนัก ประหยัดเงิน เป็นต้น การใช้เวลาโซเชียลมีเดียให้ลดลงจะสำเร็จง่ายขึ้นไปอีกเพียงหาเพื่อนรักของคุณที่อยากจะ "ดีท็อกซ์" ไปด้วยกันกับคุณ แล้วปรึกษากันว่าคุณทั้งคู่วางแผนจะทำอย่างไรต่อไป เช่น นัดกันออกมาเที่ยวและทำข้อตกลงกันว่าตลอดทริปจะไม่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเลย

 

3. แอปไหนใช้เยอะสุด โปรด 'หยุด' พักสายตา


        สมาร์ทโฟนในยุคนี้มีฟีเจอร์ในเครื่องที่สามารถระบุได้ว่าเราใช้เวลาไปกับแอปไหนมากที่สุด หรือถ้าบางรุ่นไม่มีก็ยังมีแอปที่ให้โหลดมากมายทั้ง IOS และ Android เพื่อให้เราวางแผนความสัมคัญว่าแอปตัวการไหนที่ต้องดีท็อกซ์เป็นอันดับแรก

 

4. ครอบครัว เพื่อน หรือแฟน ทำแทนได้

        กว่า 90% ของชาวทวิตเตี้ยน เฟซบุ๊คเคอร์ อินสตาแกรมเมอร์และอื่นๆทั้งหลาย  ล้วนแล้วแต่เป็นคนเหงาเฝ้าโซเชียล เราใช้มันเพื่อบรรเทาอาการเหงา จนลืมมองข้ามคนที่สำคัญไป ทีนี้เมื่อเรากลับมาใช้เวลาอยู่กับครอบครัว เพื่อน และแฟนก็จะช่วยให้เราลดการใช้โซเชียลลงได้ อีกทั้งยังสานความสัมพันธ์อันดีให้อีกด้วย

 

5. เอาหนังยางรัดรอบๆโทรศัพท์

        เพราะโทรศัพท์มือถือถูกใช้ในชีวิตประจำวัน การหยิบมือถือขึ้นมาจึงกลายเป็นการกระทำที่เป็นอัตโนมัติ หากเราเอาหนังยางมารัดไว้ ทำให้มีสิ่งกีดขวางทางกายภาพซึ่งจะสะกิดให้หลุดจากวิถีอัตโนมัติของเรา เพียงแค่เสี้ยววินาที ก็จะทำให้เรามีเวลาไตร่ตรอง และเตือนว่า พักกายพักใจ หลับตาฝันดี

 

6. ให้ Lock Screen เป็นมากกว่านาฬิกาดิจิทัล

        ประโยชน์หลักของ Lock Screen สำหรับชาวเรา คงหนีไม่พ้นการบอกวันเวลา แต่ถ้าเราใช้ประโยชน์จากมันอย่างคุ้มค่า ก็จะสามารถช่วยดีท็อกซ์ได้อย่างดี ทำประโยคเด็ดๆ เพื่อเตือนสติมาตั้งเป็น Lock Screen เช่น หล่อนจะเล่นโซเชียลเหรอ? ตามไสตล์ตัวเองได้เลย

 

7. ย้ำเตือนตัวเองไว้เสมอว่าความสนใจของเรามีคุณค่ามหาศาล

        เรารู้กันดีอยู่แล้วว่าผู้พัฒนาแอปเหล่านี้ใช้ความสนใจของเราเป็นสินค้าในการสร้างรายได้ เพียงแค่เรากดปุ่ม Access ข้อมูล และชาวเราจะไม่มีทางตกไปเป็นสินค้าหรือบริการของใคร เพราะคนไทยแปลว่าอิสระ ฉันไม่มีวันตกไปเป็นทาสคุณหรอกค่ะ

 

8. กล่อมน้องให้เข้านอน

        “ฉันเป็นลูกคนเดียว” หลายคนอาจจะกำลังงงว่ากล่อมน้องคือกล่อมใครในเมื่อคุณเป็นลูกคนเดียว สมาร์ทโฟนของเรามีราคาทั้งตัวเครื่อง รวมไปถึงแพ็คเกจอินเทอร์เน็ตต่างๆ บางปีรวมแล้วอาจจะเยอะกว่าค่าเทอมลูกด้วยซ้ำ ดังนั้นแล้ว มองเจ้าก้อนสี่เหลี่ยมนี้เป็นลูกของเรา และให้เขาเข้านอนก่อนเรา เพื่อให้เขาได้พักผ่อน และตัวเราเอง จะได้ปล่อยวางจากโลกวุ่นวาย ให้คลายกังวล และเข้านอนตามลูกน้อยไป

 

9. Back to Basic in The Morning

        กิจวัตรยามเช้าของเจ้าก้อนสี่เหลี่ยมลูกสาวของเราจะคอยปลุกเราให้ตื่นจากการหลับไหล ซึ่งทำให้การตั้งนาฬิกาปลุกในสมาร์ทโฟน 07.00 น. ทำให้เราลุกจากที่นอนได้จริงๆ 07.30 น. เพียงเพราะเราหยิบโทรศัพท์คู่ใจขึ้นมาปิดเสียงและก็ดันเปิด Notifications ที่เด้งตลอดทั้งคืน ซึ่งมันกลายเป็นกิจวัตรประจำรุ่งอรุณไปแล้ว ดังนั้นในช่วงดีท็อกซ์ เราควรกลับมาใช้นาฬิกาปลุกกิ๊บเก๋แบบเก่า ที่นอกจากจะปลุกเราได้เหมือนกันแล้ว ยังคลาสสิคและให้ความรู้สึกนางเอกพระเอกในละครไทยอีกด้วย

 

10. รับบทคนติสท์

        คนติสท์หรืออาร์ทติสท์ มักจะทำอะไรออกนอกกรอบ ไม่เหมือนใคร อย่างที่รู้ๆกันว่ามีชาวเรา และชาวเน็ตเยอะมากๆ ถ้าเราจะปลีกวิเวกออกมาก็คงน่าสนใจน่าดู อีกทั้งยังเอาเวลาที่เหลือไปหาตัวตน และความสามารถพิเศษ พัฒนาเพื่อปรับศักยภาพ ให้ก้าวไปข้างหน้าให้ไกลกว่าคนอื่น เรามีบทโฆษณาในตำนานมาแนะนำกิจกรรม “ไปเรียนแต่งหน้า นั่งสมาธิ ดำน้ำ ปลูกปะการัง ทำอาหาร นวดสปา ปลูกป่า ดำนา ดูดิสนีย์ออนไอซ์ แรลลี่ตีกอล์ฟ ล่องเรือ ส่องสัตว์ ช๊อปปิ้ง ดูงิ้ว ดูละครเวที ดูคอนเสิร์ต ดินเนอร์ ทำขนม จัดดอกไม้ เที่ยวตลาดน้ำ เรียนถ่ายรูป ดูกายกรรม ชมเมืองเก่า เข้าสัมมนา ทัวร์ธรรมมะ เรียนเต้นแล้วก็ร้องเพลง” ทีนี้แหละเราจะไม่ว่างอีกต่อไป หรือจะลองมาสร้างตำนานบทใหม่ให้ยาวกว่าเดิม

 

        แล้วมาดูกันว่าเราจะสามารถดีท็อกโซเชียลมีเดียได้มากน้อยแค่ไหน และคุณจะรู้ว่าชีวิตหลังจากนี้จะดียังไงด้วยตัวของคุณเอง พักกายพักใจ หลับตาฝันดี รักเอย รักที่เข้าใจถึงกัน

สมัครสมาชิกเพื่อเป็นชาวเรา ชาว Digital Vaccine ได้ที่ https://digitalvaccine.me/signup.html

ทั้งหมด 0 ความคิดเห็น